[SF] Desire’s.. Yes or No

posted on 04 Feb 2011 19:48 by tj-thegenesis

หวัดดีฮะทุกคน วันนี้ยูกะเอาฟิค(วาย)มาให้อ่านแก้ขัดระหว่างรออัพนิยายของเราสองคน

ฟิค เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อนเราเอง พอดีมันมีเหตุการณ์ทำให้เอาไปจิ้นเยอะ

สบอารมณ์เลยเอาปลดปล่อยแต่งเป็นฟิคซะเลย ยังไงก็ขอให้สนุกนนักฮะ

เหล่าสาวกวายทั้งหลาย หึๆๆ

 

 

Desire’s.. Yes or No

 

           “นิว ฉันยืมลอกการบ้านหน่อยสิ T-T”

            “ไม่!!”

            เสียงร้องโอดครวญของ ‘เขต’ ที่บ่งบอกอาการใกล้ตายสุดๆกำลังอ้อนวอนขอลอกการบ้านกับเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆกัน ภาพนี้เป็นภาพชินตาของเพื่อนภายในห้องไปซะแล้ว เพราะทุกเช้าร่างสูงจะต้องขอยืมการบ้านเพื่อนสนิทร่างบางมาลอกอยู่เสมอ แต่รู้สึกว่าเช้านี้เขาจะไม่ได้ในสิ่งที่ปรารถนาซะแล้ว - -;

           “น้าาาา~ นิวฉันขอลอกหน่อยสิ TT-TT”

           “ไม่ได้!! งานนี้เป็นข้อสอบนะโว้ย”

           “เออ...ไม่ง้อก็ได้ ไปยืมคนอื่นดีกว่า >^<”

           เมื่อเห็นว่าจะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการจากเพื่อนสนิท เจ้าตัวเลยจัดการเดินร่อนขอยืมงานคนอื่นลอกต่ออย่างไม่คิดจะง้อร่างบางสักนิด ใช่...เกือบทุกครั้งจะเป็นเช่นนี้ แต่ผลสุดท้ายมักออกมาเป็นแบบเดิมเหมือนเคย คือ...

           “น่ารำคาญ!! เอาไปลอกเลยไป๊!!”

           “*-*”

           เมื่อได้ยินดังนั้นร่างสูงจึงรีบวิ่งมารับงานไปลอกอย่างรวดเร็ว เมื่อลอกงานเสร็จแล้วก็ยื่นงานกลับไปให้เจ้าของโดยไม่ลืมที่จะพูดขอบคุณ

           “ขอบคุณ”

           “ไม่เป็นไร - -“

           “ฉันรู้อยู่แล้วว่านายต้องให้ลอก เพราะนายจำเป็นต้องสงสารเพื่อนสนิทตาดำๆคนนี้ *-*”

           “อย่าคิดผิด ที่ฉันให้นายลอกไม่ใช่เพราะสงสารนายหรอกนะ แต่สงสารเพื่อนคนอื่นที่นายตามตื้อขอลอกต่างหาก - -*”

           “งั้นเร้อออ~ คุณเพื่อนร้ากกกกกกก~”

           “O///O”

           ไม่พูดเปล่าร่างสูงยังโน้มตัวลงมาหาร่างบาง จนตอนนี้ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงไม่กี่เซนต์เท่านั้น ที่เขากล้าทำแบบนี้เพราะตอนนี้ไม่มีสักชีวิตที่อยู่ในอาคารนี้เลยสักชีวิตบวกกับความหน้าด้านอันมีอยู่มากในคนๆนี้ - -;

           “ชาย!! ลงไปเข้าแถวได้แล้ว”

           “O///O / - - ?”

           เสียงของ ’ด้า’ หญิงสาวหนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นตะโกนเรียกร่างบางเสียงดัง ทำให้ทั้งสองรีบผละออกจากกันก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเหตุที่เธอเรียกนิวว่าชายหรือที่ย่อมาจากคุณชายก็เพราะว่า เธอมักหมั่นไส้เวลาที่เขาชอบทำท่าและนิสัยเหมือนคุณชายนั่นเอง - -“

           เมื่อเห็นว่ามีเพื่อนมาหาร่างบางก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา เพื่อเก็บซ่อนใบหน้าที่แดงระเรื่อเอาไว้ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาเลยสักนิด

           “อ้าว? เขตอยู่ด้วยเหรอ รีบๆลงไปด้วยแล้วกันพวกมันจะเช็คขาดกันแล้ว”

           “เออๆๆ เดี๋ยวลงไป”

           “เร็วๆหน่อยแล้วกัน ฉันรอข้างล่างนะชาย :P”พูดเสร็จก็รีบวิ่งลงไปรอเพื่อนทั้งสองด้านล่างโดยไม่ลืมที่จะแลบลิ้นใส่เพื่อนทั้งสอง แต่ก็มีเหตุต้องทำให้เธอสะดุดและเดินกลับมาที่ห้องเหมือนเดิม

           “นิว..นายเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าแดงอย่างนั้น”

           “อะ..เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ปวดหัวไม่สบายนิดหน่อยน่ะ ^^;”

           “งั้นเหรอ..งั้นขอวัดไข้หน่อยแล้วกัน”

           “O///O“

           แต่แล้วก็ไม่ปิดบังใบหน้านั้นให้รอดพ้นเพื่อนสาวไปได้ ด้าค่อยๆเดินเข้ามาภายในห้องและนำหน้าผากของตนไปแตะเบาๆกับหน้าผากของร่างบาง โดยเหมือนจะลืมใครบางคนที่ทำหน้าหงุดหงิดและสบถกับตนเองอย่างหัวเสีย

           “กับไอ้แค่วัดไข้ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยวะเนี่ย -3-“

           “ฮะ..เมื่อกี๊นายว่าไงนะ”รู้สึกว่าเสียงสบถเมื่อครู่กับไปกระทบหูของเพื่อนสาวเข้าแล้ว เลยทำให้เธอเงยหน้าหันมามองกับอีกคนที่เพิ่งนึกได้ว่ามีตัวตนอยู่ด้วย - -;

           “ป๊าวววว~”

           “เออ..ถ้าไม่มีอะไรก็ดี - -”

           “-3-~”

           “ฉันว่านิวน่าจะมีไข้นะ นายช่วยพาไปห้องพยาบาลได้มั๊ย”

           “เธอพาไปเองสิ ฉันจะลงไปเข้าแถว”

           “ไม่!! นายนั่นแหละฉันจะรีบไปเข้าแถว ไปละบาย -o-/“

 

           หลังจากที่เพื่อนสาววิ่งออกจากห้องไปแล้ว ร่างสูงหันไปสบตากับอีกคนที่ตอนนี้ใบหน้าแดงมากกว่าเดิมหลายเท่า ก่อนจะกระชากแขนร่างบางแล้วพาวิ่งลงจากอาคารไปตามที่เพื่อนสาวบอก แต่ว่าจากห้องพยาบาลกลายเป็นอาคารร้างหลังโรงเรียนที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใกล้บริเวณนี้แทน

           อาคารแห่งนี้ถูกทั้งสองตกแต่งปรับปรุง เพิ่มเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ โซฟา โทรทัศน์ สเตริโอ เตียง ที่พวกเขาสองคนลงทุนขนมาเอง พร้อมทั้งใช้ห้องหนึ่งในนั้นเป็นห้องส่วนตัวของพวกเขาซึ่งเป็นห้องเก็บเสียงที่รวบรวมเอาของพวกนั้นมาเก็บไว้ พูดง่ายๆที่นี่เปรียบเสมือนบ้านดีๆนี่เอง

           “โอ๊ย!! ปล่อยได้แล้ว - -^”

           “...”

           ร่างบางพยายามสะบัดมือออกจากฝ่ามือของอีกฝ่ายแต่เพราะไม่มีแรงที่จะสู้ร่างสู้ได้เลยยังทำให้ข้อมือถูกพันธนาการเช่นเดิม ร่างสูงเห็นว่าอีกฝ่ายไม่พยายามสะบัดมือออกก็ปล่อยให้เป็นอิสระ แต่ก็เปลี่ยนมาจับไหล่อีกคนแล้วกระชากให้หันมาจ้องหน้าสบตา ร่างบางสบตากลับเช่นกันก่อนจะกระชากเสียงใส่อยากหงุดหงิด

           “นายเป็นบ้าอะไรหะ อยู่ๆก็ลากฉันมาที่นี่!!!”

           “...”

           “ฉันถามแล้วทำไมไม่ตอบ ตอบมาสิหรือว่านายหึงฉันกับด้า!!!”

           “...”

           “นายอย่าเงียบสิ รู้มั๊ยมันอึดอัดนะ”

           “...”

           “ฉันอยากจะบอกนายตั้งหลายครั้งแล้ว นายรู้มั๊ยว่าฉันน่ะชอบนายมานานจนตอนนี้กลายเป็นความรักไปแล้ว ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายรู้สึกยังไงแต่ฉันก็ OxO อุ๊บ”

           ยังไม่ทันจบประโยคร่างสูงก็จัดการชิงปิดปากซะก่อน จากจุมพิตที่นุ่มละมุนอ่อนหวานกลายเป็นความร้อนแรงจากความปรารถนามานานของทั้งสองฝ่าย ร่างสูงโน้มตัวลงเรื่อยๆทำให้ตอนนี้แผ่นหลังบางแนบอยู่บนเตียงก่อนจะปล่อยร่างบางให้สูดอากาศเข้าไปก่อนที่จะเริ่มบรรจงจูบอย่างร้อนแรงเช่นเดิม ร่างสูงค่อยๆจัดการปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของอีกคนที่ตอนนี้หลุดลุ่ยทั้งคู่แล้วกระชากออกไปให้พ้นทาง ร่างสูงผละริมฝีปากออกก่อนจะตั้งตัวขึ้นมามองร่างที่ไร้ซึ่งอาภรณ์ปิดเบื้องบนเผยให้เห็นเม็ดทับทิมสีชมพูประดับอยู่สองเม็ดบนแผงอกที่ขยับขึ้นลงเพราะเจ้าของยังคงหอบเหนื่อยจากสัมผัสเมื่อครู่

           “ฮะ..แฮก..แฮก..นะ..นายคิด..จะ..จะทำอะไร”

           “...”

           มือหนาสอดมือไปใต้แผ่นหลังบางลูบไล้ปลุกเร้าคนตรงหน้า เสียงครางงึมงำในลำคอระหง เขตผละออกจากใบหน้าหวานร่างสองร่างหอบแลกอากาศทันที ร่างโปร่งรั้งเอวบางให้ชิดอีกรอบ

           “...คนที่ฉันรักและสัญญาว่าจะดูแล ก็คือนายนะ นิว..”พูดจบริมฝีปากบางก็ก้มปิดประทับลงบนกลีบกุหลาบ  แขนเล็กโอบรอบคอคนตัวโตเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว คอระหงถูกตีตราทับไว้แสดงความเป็นเจ้าของ

           “...อือ..เขต พอเถอะ”นิวสั่งปากบางที่เพิ่งผ่านการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ แต่มีหรือที่ร่างสูงจะปล่อยโอกาสดีที่หายากให้หลุดมือ

           “พอ ?..นายรู้ไหมว่าฉันรอเวลานี้มานานแล้ว”พูดแบบนี้ร่างบางก็หน้าแดงเข้าไปใหญ่ ทั้งอายทั้งเขิน

           “เขต เดี๋ยวก็มีใครเห็นหรอก อือออ”เสียงแหบพร่าผ่านลำคออย่างยากลำบาก แผ่นหลังร่างบางที่สัมผัสกับผ้าปูเตียงที่เริ่มร้อนขึ้นเพราะไฟราคะที่ทั้งสองกำลังก่อขึ้น ร่างสูงขบกัดที่ใบหูเล็กเบาๆ นิวได้แต่นอนนิ่งแรงไม่มีแม้แต่จะขัดขืน ขนลุกขันไปทั้งตัว

           “นิว... “มือหนาล้วงเข้าไปข้างใต้กางเกงขาสั้นสีขาว สิ่งที่ชูชันเต็มมือนั่นทำเอาเขตยกยิ้มย่อง

           “อะ...ไรล่ะ อ๊ะ !!”เสียงแฝงไปด้วยความสยิวในอารมณ์ ร่างบางแอ่นตัวรับสัมผัสกับคนที่กำลังดูดดุนลูกกวาดของตนอยู่พลางเขามือขยุ้มกลุ่มผมสีดำ ใบหน้าคมคายที่เขาจ้องมองไม่เคยเบื่อที่สุขจนไม่รู้จบ

           “อื้อ เขต ยะ...อย่าสิ !”ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งยุ ร่างสูงเอาแต่ซุกไซ้ซอกคอจนทำให้เกิดรอยกลีบกุหลาบซึ่งเป็นเครื่องหมายตีตราความเป็นเจ้าของไว้เต็มไปหมด

           “ขะ..เขตฉัน...”ดวงตากลมเอ่ยบอก ก้มหน้างุดซ่อนความเขินอาย นิ้วยาวเชยคางมองอย่างช้าๆ

           “ฉันรักนายมาเสมอนะ แต่ฉันไม่เคยบอกนายเท่านั้นแต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่านายรักฉันและต้องการฉันเหมือนกัน แต่ถ้ายังรู้สึกไม่พร้อมฉันจะไม่ทำอะไร”

           “ไม่ใช่นะ! ก็แค่ไม่มั่นใจ ...”

           “......”

           “มันนานจนฉันคิดว่านายไม่เคยมองฉัน เห็นแค่ฉันเป็นเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น”

           “ใครสอนให้พูดแบบนี้กันนะ”ร่างหนาไม่พูดเปล่ามือหยาบกำลังทำงานปรนเปรอความสุขให้คนตัวเล็กอย่างล้นปรี่

           “อ๊ะ...อ่า ...มัน...เร็วสิ!”เสียงครางเริ่มออกคำสั่ง ร่างสูงดึงกางเกงลงปากร้อนเริ่มโลมเลียแท่งสีชมพูครอบงำทีละนิดก่อนจะเร่งความเร็วให้อีกคนร้องครางลั่นมือทั้งสองกอดรัดอีกฝ่ายไว้แน่น

           “อ๊าาา~เขต..ฉันจะไม่ไหวแล้ว อ๊ะ !!!!!!!!!!!”เสียงตะโกนหวีดลั่นลากยาว ก่อนจะแปรเป็นเสียงหอบเหนื่อยตัวโยน

           “นี่นิว ฉันช่วยนายแล้ว ช่วยฉันด้วยสิ”ร่างสูงนอนลงบนเตียงกว้างรวมถึงดึงตัวคนตัวเล็กให้นั่งด้วยนิวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วตามแรง รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ทำเอาร่างบางตีเข้าที่ลำแขนล่ำ

           “อ่า ตีทำไมละ”เขตถามเสียงหงอย นิวแทบอยากจะให้คนข้างหน้าลดความหน้าด้านลงบ้างทำไมไม่เหมือนครั้งแรกที่เจอกันเลยนะ!

           “ก็ช่วยหน่อยสิครับ ... คนดีของเขต ~”เสียงอ้อนวอนนุ่มทุ้มใครฟังก็ต้องหลงใหล กางเกงสีน้ำเงินเข้มถูกร่นลงจนเห็นสิ่งที่ต้องขวยเขินกันเป็นธรรมดา

           “ฉันก็อายเป็นนะ” พูดออกมาได้ ร่างบางยกยิ้ม..อย่างนี้ต้องแกล้งให้เข็ด !

           นิ้วมือเรียวทัดผมให้เก็บทัดหูปากสวยครอบครูดลงจนคนตัวโตกว่าครางซี๊ด ด้วยความกระสันในกามอารมณ์ นิวชำเลืองมองอย่างสะใจถอนริมฝีปากออกน้ำที่ปริ่มถูกมือสวยป้ายไปทั่วร่างของตนเอง ก่อนส่วนที่เหลือจะโดนมือเรียวข้างเดิมปิดเอาไว้ไม่ให้มันไหลแทรกซึมออกมา ร่างสูงถลึงตากว้าง ทำไม..นิวคิดจะเล่นอะไรอยู่ !!

            นิ้วชี้ที่ตอนนี้กำลังกวักเรียกเค้า ดวงตาปรือยั่วยวนก่อนนิ้วนั้นจะสอดและโลมเลียโดยปากนุ่มของร่างบาง เขตก็แทบจะดิ้นตายตรงนั้นพอจะดึงมือร่างบางออกก็ดันร้องท้วงขึ้นมาซะดื้อๆ

           “ให้ช่วยก็นอนนิ่งๆสิ !”

           “....ฉันกลัวนายเหนื่อย งั้นฉันจัดการเอง”ปัดป่ายมือเล็กออกทันที นิวโดนผลักลงมานอนกับเตียงกว้างอีกรอบ นิ้วเรียวทีเดียวสามนิ้วถูกสอดแทรกเข้าไปในช่องทางแคบ นิ้วของมืออีกข้างเกี่ยวกางเกงขาสั้นที่ร่นไปกองอยู่ข้อเท้านั่นตอนนี้หลุดออกจากร่างกายไปเสียแล้ว

           “อือ...เจ็บ !”เพราะนานเสียจนร่างบางลืมเลือนการปรับสภาพ ร่างสูงต้องอดทนรอที่ร่างกายของอีกฝ่ายจะปรับได้เสียก่อน ก่อนจะสอดใส่สิ่งที่ใหญ่กว่านั้นเข้าไป

           “ทนหน่อยนะ”ร่างสูงปลอบ น้ำตาแห่งความสุขค่อยๆไหลงมาอาบแก้ม ร่างโปร่งก้มตัวลงมาจูบซับน้ำตา

           “อย่าร้อง..”

           “เข้ามา..ฉันต้องการ!!!”เสียงที่สั่นเครือแทรกเมื่ออีกฝ่ายยังพูดไม่จบ ร่างสูงก็ขยับตัวเข้าออกอย่างช้าๆ ร่างบางครางลั่นเมื่อจุดกระสันถูกทิ่มแทงเข้าอย่างจัง

           “อ๊าาาาาาาาา..อื้มมมมมมมมมมม!!!”ร่างบางกอดอีกฝ่ายไว้แน่นด้วยความเจ็บที่แล่นไปทั่วสะโพก ท้องไส้ปั่นป่วนจนหมดเรี่ยวแรง เขตลูบผมนั่นเบาๆจูบพรมไปทั่วหน้าผากขาว ไม่กล้าแม้แต่จะขยับถึงแม้ช่องทางจะไม่รัดเกร็งตนแม้ก็ตาม

           “ขยับสิ มะ..ไม่ต้องห่วงไม่เจ็บหรอก”ร่างบางว่าร่างสูงค่อยๆขยับตัวช้าๆก่อนจะเร็วขึ้นขาเรียวพันเกี่ยวเอวหนาเอาไว้ ร่างบางลูบไล้แผงอกล่ำอย่างหลงใหล เสียงครางอื้ออึงไปทั่วบริเวณ

           “นิว อ๊ะ!!! ฉันรักนาย อื้ออออออ”เสียงครางทุ้มขยับตัวตามแรงพายุอารมณ์ไม่น้อยกว่าคนข้างใต้ที่ครางลั่น

           “อื้อออออออ~ รัก..นาย อ๊ะ เหมือนกัน ฮึก!!!”

           “อ๊าาาาาาาาาา”

           น้ำสีขาวเปรอะเปื้อนหน้าท้องแกร่ง ร่างบางกระตุกเกร็ง มือบางกอดแน่นเมื่อบางสิ่งได้ไหลเข้าไปให้ร้อนรุ่มภายใน นิวหอบตัวโยนดวงตากลมพร้อมจะหลับลงอยู่ทุกเมื่อแม้ตอนนี้จะเป็นตอนเช้าก็ตามที ร่างบางนำผ้านวมผืนใหญ่บนเตยงมาห่อหุ้มร่างของตนไว้ด้วยความเขินอาย ร่างสูงมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ตอนนี้แดงจัดและมีเหงื่อชุ่มทั่วใบหน้าแต่ก็ยังคงความน่ารักเอาไว้

           “มะ..มองอะไร”เพราะร่างสูงเอาแต่เหม่อมองร่างบางนานเกินไปจึงทำให้อีกคนพยายามที่จะลุกขึ้นมาว่า แต่เพราะกิจกรรมเมื่อครู่ทำให้ตอนนี้ไม่มีแรงที่จะทำอะไรทั้งสิ้นจึงปล่อยให้อีกคนจ้องมองไปแบบนั้น

           “ก็มองคนปากแข็งที่ไม่เคยบอกความจริงน่ะสิ”

           “อะ..อะไรเล่า ที่ฉันไม่บอกเพราะ..เพราะ”

           “เพราะอะไรล่ะ ^^”

           “เพราะ..ทั้งฉันแล้วก็นายเป็นเพื่อนกันอีกทั้งเป็นผู้ชายเหมือนกันอีกต่างหาก ฉัน..ฉันเลยกลัว..กลัวว่าถ้านายรู้ความรู้สึกนี้ฉันกับนายจะไม่เป็นเหมือนเดิมน่ะสิ”

           “อืม..ฉันพอเข้าใจ เพราะฉันก็คิดเหมือนนายเหมือนกัน”เขตทำหน้ากังวลเล็กน้อย ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ร่างบางถึงกับหน้าแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

           “แต่ว่า..ตอนนี้ฉันก็รักนาย และนายก็รักฉัน เราจะรักกันตลอดไป”

           “-///-“

           “คบกับฉันนะ..นิว ^^”

           “อื้อ..ได้สิ ^///^”

           สิ้นเสียงตอบรับร่างบางก็ถูกแรงมหาศาลดึงไปกอด ก่อนจะถูกขโมยหอมแก้มไปหนึ่งจุ๊บ เป็นผลให้ใบหน้าหวานที่แดงอยู่แล้วกลับแดงขึ้นมาอีก

           “เฮ้อ~ กว่าจะลงเอยกันได้ เอาซะฉันแทบแย่เหมือนกันนะเนี่ย”เสียงถอนหายใจโล่งอกของหญิงสาวที่เป็นต้นเหตุทำให้เรื่องราวดีๆนี้เกิดขึ้นดังมาจากหลังประตูห้องที่ถูกแง้มไว้เพื่อนแอบดูสถานการณ์ และแน่นอนเธอเห็นหมดทุกตอนนั่นแหละ ฮ่าๆๆ ^o^

           “แต่ก็นะ..ผลลัพธ์ออกมาเกิน ^^“

 

ปล.อ่านแล้วเม้นด้วยนะฮะ

ปลล.รักคนอ่านทุกคนเล้ยยยยยย จุ๊บ >3<~

ปลลล.ฝากเม้นนิยายด้วยนะฮะ ^^b

ต้องขอเปลี่ยนเรื่องนิยายที่จะอัพนะคะ
พอดีเรื่องที่จะลงมันตัน เลยเอาเรื่องนี้มาแทน
หวังว่าคงไม่ว่ากันนะ
 

~ Love Bodyguard บอดี้การ์ดหน้าใสเกี่ยวหัวใจนายหน้าหวาน ~

บทนำ

 

   ‘เฮ้! พวกนายทำอะไรน่ะ’

 
   เสียงตะโกนเล็กๆของเด็กหญิงอายุ 7 ขวบคนหนึ่งดังขึ้น หลังจากเห็นกลุ่มเด็กอันธพาลประจำหมู่บ้านกำลังรุมรังแกเด็กชายหน้าตาน่ารักไม่หยอกที่คิดว่าคงจะอายุเท่ากัน ตรงสนามเด็กเล่นประจำหมู่บ้าน

   เพราะเสียงตะโกนเล็กๆนั่น ทำให้กลุ่มเด็กอันธพาลเหล่านั้นหยุดรังแกเด็กชาย ก่อนจะหันหน้ามาทางเด็กหญิง แล้วทำท่าจะหาเรื่องเธอที่กำลังเดินเข้ามา

   ‘พวกเราจะทำอะไรก็เรื่องของพวกเรา เธอเกี่ยวอะไรด้วย’

   ‘ก็นายรังแกคนอื่น’เด็กหญิงพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เด็กชาย ที่นั่งยองๆร้องไห้กับพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเหมือนเดิม

   ‘แล้วไง หรือเธออยากโดนด้วย’

   ‘…’

   ‘เงียบ..แสดงว่าอยาก พวกเราจัดการ’

   เด็กชายที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าสั่งการกับลูกน้อง แต่เด็กหญิงก็ไม่กลัวกลับยืนนิ่งๆอยู่อย่างนั้น กลุ่มเด็กอันธพาลกรูกันเข้ามาแต่การที่เด็กหญิงเป็นลูกสาวของตำรวจที่ถูกฝึกศิลปะการต่อสู้ว่าตั้งแต่ 3 ขวบ จึงทำให้จัดการกับเด็กพวกนั้นได้สบายๆ

 

   เมื่อจัดการให้พวกนั้นหายไปแล้ว เด็กหญิงเดินจูงมือเด็กชายให้เดินตามไปนั่งที่ม้านั่งในสนามเด็กเล่น พอก้นนั่งติดม้านั่งแล้วเด็กชายก็ซบหน้าร้องไห้กับอกของเด็กหญิงทันที

   ‘ฮึก..ฉะ..ฉันกลัว พวกนั้น..มะ..ฮึก..ฮือ..มันรังแก..ฮือ..ฉะ..ฉัน’

   ‘อ๋า~ อย่าร้องสิ ฉันปลอบคนไม่เก่งนะ’

   เด็กหญิงบอกกับเด็กชายที่กำลังซบหน้าร้องไห้กับอกตน เป็นผลให้เสื้อเด็กหญิงเปียกไปด้วยน้ำตาของตนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด

   ‘ฮึก..ฮือ..ฉันกลัว..ฉะ..ฮึก..ฉัน..กลัวมากเลย’

   ‘งั้นเอาอย่างนี้แล้วกันนะ’เด็กหญิงจับไหล่ของเด็กชาย แล้วดันตัวให้ออกจากอกของตน ทำให้เด็กชายเงยหน้าขึ้นมามองเด็กหญิงด้วยความสงสัยทั้งๆที่ใบหน้าก็ยังคงเปื้อนไปด้วยน้ำตา เด็กหญิงเห็นดังนั้นจึงค่อยๆใช้นิ้วเล็กๆของตนปาดไล่น้ำตาออกไปจากใบหน้าของเด็กชาย ก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

   ‘ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันสัญญาว่าจะเป็นคนปกป้องนายเอง จะไม่ทิ้งให้นายถูกรังแกอีกแล้ว^^’
  

   เมื่อได้ยินดังนั้น น้ำตาของเด็กชายก็หยุดไหลไปเสียดื้อๆแล้วแทนที่ด้วยใบหน้าที่สดใสดังเดิม แต่ก็ยังคงเหลือคราบน้ำตาทิ้งไว้

   ‘สัญญา..จริงๆนะ’

   ‘อืม สัญญา’

   เด็กหญิงและเด็กชายเกี่ยวก้อยกัน ก่อนที่เด็กหญิงจะถามทางไปบ้านของเด็กชาย เพื่อที่จะเดินไปส่งที่บ้าน

   ‘นี่..แล้วบ้านนายอยู่แถวไหนล่ะ’

   ‘เดินตรงไปจากสนามเด็กเล่นนี่ ผ่านบ้านประมาณ 3 หลังก็ถึงแล้ว’

   ‘อืม งั้นฉันเดินไปส่งนะ เผื่อพวกนั้นมาอีกฉันจะได้ซัดให้หมอบเลย’เด็กหญิงยกกำปั้นขึ้นมาชกอากาศก่อนจะยิ้มให้เด็กชายแล้วเดินจับมือกันกลับบ้าน ระหว่างทางก็เดินคุยกันไปอย่างสนุกสนาน

   ‘ถึงบ้านฉันแล้วล่ะ ขอบใจนะที่เดินมาส่ง’

   ‘ไม่เป็นไรหรอก..อ๊ะ! นี่มันบ้านลุงรัชพลหนิ’เด็กหญิงอุทานเบาๆ เมื่อเห็นว่าบ้านของเด็กชายคือบ้านของคุณลุงเพื่อนของพ่อตนเอง แล้วคิดว่าเด็กชายคงเป็นลูกหรือไม่ก็ญาติของคุณลุง

   ‘มีอะไรเหรอ?’

   ‘เอ่อ..ไม่มีอะไรหรอก’

   ‘แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่สนามเด็กเล่นนะ’

   ‘อือ’

   ‘งั้นฉันเข้าบ้านก่อน แล้วอย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ด้วยล่ะ’

   ‘ไม่ลืมหรอก ฉันสัญญาแล้วนี่นา^^’

   ขณะที่เด็กชายกำลังจะเดินเข้าบ้าน ก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่รู้จักชื่อของเด็กหญิงเลย จึงหันหลังเพื่อจะเดินกลับไปหาเด็กหญิงแต่เด็กหญิงก็เดินไปไกลแล้ว

   'อ๊ะ!! นั่นมันสร้อยของเธอหนิ'เด็กชายร้องอุทานเมื่อก้มลงมองที่พื้นแล้วพบสร้อยสีเงินมีตัวอักษรเคและทีห้อยไว้อย่างสวยงาม และนึกไดเทนทีว่าสร้อยเส้นนี้เป็นของเด็กหญิงที่มาส่งตนเมื่อสักครู่

   ‘เอาไว้ถามแล้วก็คืนสร้อยให้รุ่งนี้ก็ได้ เดี๋ยวก็เจอกันอยู่แล้ว^^’

   แต่แล้ววันรุ่งขึ้นเด็กหญิงก็หายไปพร้อมกับคำสัญญาที่ให้ไว้ เพราะทางครอบครัวของเด็กหญิงต้องย้ายบ้านไปตามคุณพ่อ ที่ได้ย้ายราชการไปประจำอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง

   9 ปีให้หลังเด็กหญิงก็กลับมาแต่กลับไม่เคยได้เห็นเด็กชายอีกเลย เพราะว่าเด็กชายได้ย้ายบ้านไปอยู่บ้านหลังใหม่เสียแล้ว

 

   ก๊อกๆๆ

   “ตื่นได้แล้วคาตะ วันนี้ต้องไปช่วยงานคุณพ่อนะลูก”

   เสียงตะโกนเรียกพร้อมกับเสียงเคาะประตูปลุกหญิงสาวที่กำลังนอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่บนเตียงในห้องนอนโดยผู้เป็นแม่ และเพราะเสียงนี้ทำให้หญิงสาวกระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตูให้ผู้เป็นแม่เพื่อจะได้คุยกันได้สะดวก

   “งืม~ มีอะไรเหรอคะแม่ ปลูกหนูแต่เช้าเชียว”ฉันพูดเสียงงัวเงียกับแม่ เพราะปกติแล้วคุณแม่ไม่เคยปลุกฉันด้วยตัวเองแล้วก็เช้าขนาดนี้

   “ยังมาถามว่ามีอะไร วันนี้ลูกต้องไปช่วยงานคุณพ่อไม่ใช่เหรอลูก”

   “เอ๋? อะ..อ้องานที่จะให้หนูไปเป็นตัวล่อจับพวกแม่เล้าค้าประเวณีนั่นเหรอคะ”

   “ถ้ารู้แล้วลูกก็รีบๆซะ จะได้ไปช่วยงานคุณพ่อ”

   ฉันขานรับแม่ไป ก่อนจะปิดประตูเดินมานั่งที่เตียง พลางคิดเรื่องความฝันเดิมๆที่เป็นแบบนี้ติดต่อกันมาได้หลายคืนแล้ว

   “เอ๊ะ! หรือว่าความฝันนี้จะเป็นลางบอกเหตุว่าฉันกำลังจะได้เจอนายกันนะ”ฉันพึมพำกับตนเองก่อนจะปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน

   “ลูกแค่ทำทีว่าจะมา...”คุณพ่อบอกกับฉันที่ตอนนี้ถูกแปลงโฉมเป็นสาวน้อยน่ารักอ่อนต่อโลกโดยความร่วมมือของยัยฮันนี่เพื่อนซี้ของฉัน  ตามแผนที่วางไว้เพื่อจับตัวพวกแม่เล้าค้าประเวณี ที่มีพลเมืองดีโทรมาแจ้งความกับทางกรมตำรวจ  ส่วนฉันก็ได้แต่พยักหน้าเออ ออ ตามไป

   "สู้ๆนะลูก พ่อคอยเชียร์อยู่”

   "ค่ะๆๆ”ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะเดินไปยังสถานที่เป้าหมายที่อยู่ห่างจากที่ฉันยืนอยู่ไม่กี่ร้อยเมตร   

   “เอาล่ะยัยคาตะ Fighting!!"

บทที่ 2

ล้ม!!!

 

หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน ตัวฉันเองก็เก็บเงียบไม่พูดกับใคร แม้แต่กลุ่มเพื่อนสนิทที่ชักสงสัยฉันซะแล้วสิ….

“ไอติม..แกเป็นอะไรอ่ะ เห็นซึมๆตั้งแต่เมื่อคืน” น้ำหอม ลูกสาวนักธุรกิจชื่อดังเอ่ยขึ้น ดวงตาสีน้ำทะเลเลิกขึ้นอย่างต้องการคำตอบ

“ใช่ๆ มีอะไรก็บอกกันได้เพื่อนสาว”เจล สาวห้าวประจำกลุ่มพูดขึ้น

“ยังมีเวลาเมาท์กันอยู่นะ อีกสัก 30 นาทีแน่ะ น้องเขาถึงขึ้นฮอลล์มา อุ๊ย !! ขอโทษค่ะพี่” เป้ย สาวช่างเมาท์ประจำกลุ่มพูดขึ้น ก่อนจะหันไปขอโทษรุ่นพี่ ม.6 คนหนึ่งที่เธอเดินชน เฮ้อ! ยัยซุ่มซ่ามเอ๊ย

“เป็นไข้เหรอเปล่าจ๊ะติม?” อุ่น สาวเรียบร้อยน่ารักพูดขึ้น

“จ้ะ เมื่อคืนฉันเป็นไข้ ก็เลยมึนๆนิดหน่อย ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง”ฉันโกหกเพื่อนคำโตเลย

“ยัยบ้า!! เป็นไข้ทำไมไม่บอกกันล่ะยะ หา!!!” เจลพูด พลางเดินเข้ามาเขย่าคอฉันแรงๆ

“ขะ…ขอโทษจ้า” ฉันพูดพลางแกะมือตุ๊กแกของเจลออก

“ย่ะ” แล้ว she ก็ทำแก้มป่องแล้วยอมปล่อยมือออกจากคอของฉัน

“ถ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ป่ะ ขึ้นไปรอน้องกัน” อุ่นพูดพลางเอื้อมมือไปกดปุ่มลิฟท์ขึ้นฮอลล์ ซึ่งอยู่ที่ชั้น 20 ของอาคารอำนวยการอันแสนหรูหราแห่งนี้  นี่ฉันยังไม่ได้บอกใช่ไหมคะว่านี่เป็นโรงเรียนคนรวยอ่ะ =_= ค่ะ นักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ถ้าไม่ใช่นักเรียนทุนก็ต้องจ่ายค่าเทอมเทอมละ 300,000 บาท นี่คือของระดับ ม.ต้นนะคะ ส่วน ม.ปลายจะเป็นเทอมละ 500,000 บาท ค่ะ โหว ราคาไม่แพงเลยใช่ไหมคะ =_= โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนประจำค่ะ เพราะฉะนั้น เราจึงมีคฤหาสน์ที่ใหญ่โตสมกับค่าเทอมให้นักเรียนได้อยู่ตามสบายยยยย เลยค่ะ  สำหรับอาคารหอพัก จะแยกเป็นฝ่ายหญิง และฝ่ายชายค่ะ และในทุกๆปีจะมีการจัดการแข่งขัน เทพีหอ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะเจอในตอนต่อๆไป ^^ ชั้นบนสุดของหอแต่ละหอจะเป็นห้องของนักเรียน VIP (ซึ่งหนึ่งในนั้นมีห้องของฉันกับแก๊งอยู่)ซึ่งออกจะหรูหรามากคนธรรมดาปกติซักหน่อย=_= อาคารเรียนภายในตัวโรงเรียน จะแบ่งออกเป็น 1 โซน ของตึกอำนวยการ 8 โซน ตามกลุ่มสาระ 8 กลุ่ม  อีก 2 โซน รวมกิจกรรมสำหรับนักเรียนชาย หญิง อีก 10 โซนเล็กๆ(ที่ใหญ่มาก)จะเป็นส่วนของชุมนุมต่างๆ อีก 1 โซน สำหรับพื้นที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ และสุดท้าย  10โซน  สำหรับนักเรียน  10 คน เป็นกลุ่มนักเรียนที่เรียกว่า special score เป็นกลุ่มนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้ special scorec แบ่งเป็น 2 โซนใหญ่มากๆ และ 8โซนใหญ่ๆ 2 โซนนั้น คือโซน สำหรับ KING SC และ QUEEN SC และอีก 8 โซน ก็เรียก SC  3,4,5,6,7,8,9,10

“ติ้งๆ” เสียงลิฟท์ดังขึ้น ฉันจึงพาร่างของตัวเองออกไปก่อนเพื่อน และด้วยความประมาท ฉันจึงชนเข้ากับร่างหนาของใครคนหนึ่งอย่างจัง!!!!

“อ้ะ” ฉันส่งเสียงร้องเบาๆ เพราะแรงกระแทกเมื่องกี๊ทำให้ฉันเสียหลักล้มลงมาข้างหน้า แต่ก่อนที่หน้าฉันจะได้จูบพื้นดิน ก็มีมือหนามากระชากตัวฉันไว้ได้ทัน ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว เลยล้มทับร่างหนานั้น ร่างของฉันกับผู้หวังดีเลยล้มกระแทกพื้นอย่างจัง

“ขอโทษนะคะ เจ็บมากไหม”

“ไม่เป็นไรครับ” ฉันพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ร่างหนาก็ลุกขึ้นเหมือนกัน ใบหน้าของเราจึงชนกัน !!!!

 

ลมร้อนจากใบหน้าคมรินรดที่จมูกของฉันอยู่ ในขณะที่หากใครพูดอะไรสักอย่าง ริมฝีปากเราจะสัมผัสกันทันที !!!!

 

 จบบทที่2....