ต้องขอเปลี่ยนเรื่องนิยายที่จะอัพนะคะ
พอดีเรื่องที่จะลงมันตัน เลยเอาเรื่องนี้มาแทน
หวังว่าคงไม่ว่ากันนะ
 

~ Love Bodyguard บอดี้การ์ดหน้าใสเกี่ยวหัวใจนายหน้าหวาน ~

บทนำ

 

   ‘เฮ้! พวกนายทำอะไรน่ะ’

 
   เสียงตะโกนเล็กๆของเด็กหญิงอายุ 7 ขวบคนหนึ่งดังขึ้น หลังจากเห็นกลุ่มเด็กอันธพาลประจำหมู่บ้านกำลังรุมรังแกเด็กชายหน้าตาน่ารักไม่หยอกที่คิดว่าคงจะอายุเท่ากัน ตรงสนามเด็กเล่นประจำหมู่บ้าน

   เพราะเสียงตะโกนเล็กๆนั่น ทำให้กลุ่มเด็กอันธพาลเหล่านั้นหยุดรังแกเด็กชาย ก่อนจะหันหน้ามาทางเด็กหญิง แล้วทำท่าจะหาเรื่องเธอที่กำลังเดินเข้ามา

   ‘พวกเราจะทำอะไรก็เรื่องของพวกเรา เธอเกี่ยวอะไรด้วย’

   ‘ก็นายรังแกคนอื่น’เด็กหญิงพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เด็กชาย ที่นั่งยองๆร้องไห้กับพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเหมือนเดิม

   ‘แล้วไง หรือเธออยากโดนด้วย’

   ‘…’

   ‘เงียบ..แสดงว่าอยาก พวกเราจัดการ’

   เด็กชายที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าสั่งการกับลูกน้อง แต่เด็กหญิงก็ไม่กลัวกลับยืนนิ่งๆอยู่อย่างนั้น กลุ่มเด็กอันธพาลกรูกันเข้ามาแต่การที่เด็กหญิงเป็นลูกสาวของตำรวจที่ถูกฝึกศิลปะการต่อสู้ว่าตั้งแต่ 3 ขวบ จึงทำให้จัดการกับเด็กพวกนั้นได้สบายๆ

 

   เมื่อจัดการให้พวกนั้นหายไปแล้ว เด็กหญิงเดินจูงมือเด็กชายให้เดินตามไปนั่งที่ม้านั่งในสนามเด็กเล่น พอก้นนั่งติดม้านั่งแล้วเด็กชายก็ซบหน้าร้องไห้กับอกของเด็กหญิงทันที

   ‘ฮึก..ฉะ..ฉันกลัว พวกนั้น..มะ..ฮึก..ฮือ..มันรังแก..ฮือ..ฉะ..ฉัน’

   ‘อ๋า~ อย่าร้องสิ ฉันปลอบคนไม่เก่งนะ’

   เด็กหญิงบอกกับเด็กชายที่กำลังซบหน้าร้องไห้กับอกตน เป็นผลให้เสื้อเด็กหญิงเปียกไปด้วยน้ำตาของตนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด

   ‘ฮึก..ฮือ..ฉันกลัว..ฉะ..ฮึก..ฉัน..กลัวมากเลย’

   ‘งั้นเอาอย่างนี้แล้วกันนะ’เด็กหญิงจับไหล่ของเด็กชาย แล้วดันตัวให้ออกจากอกของตน ทำให้เด็กชายเงยหน้าขึ้นมามองเด็กหญิงด้วยความสงสัยทั้งๆที่ใบหน้าก็ยังคงเปื้อนไปด้วยน้ำตา เด็กหญิงเห็นดังนั้นจึงค่อยๆใช้นิ้วเล็กๆของตนปาดไล่น้ำตาออกไปจากใบหน้าของเด็กชาย ก่อนจะพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

   ‘ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันสัญญาว่าจะเป็นคนปกป้องนายเอง จะไม่ทิ้งให้นายถูกรังแกอีกแล้ว^^’
  

   เมื่อได้ยินดังนั้น น้ำตาของเด็กชายก็หยุดไหลไปเสียดื้อๆแล้วแทนที่ด้วยใบหน้าที่สดใสดังเดิม แต่ก็ยังคงเหลือคราบน้ำตาทิ้งไว้

   ‘สัญญา..จริงๆนะ’

   ‘อืม สัญญา’

   เด็กหญิงและเด็กชายเกี่ยวก้อยกัน ก่อนที่เด็กหญิงจะถามทางไปบ้านของเด็กชาย เพื่อที่จะเดินไปส่งที่บ้าน

   ‘นี่..แล้วบ้านนายอยู่แถวไหนล่ะ’

   ‘เดินตรงไปจากสนามเด็กเล่นนี่ ผ่านบ้านประมาณ 3 หลังก็ถึงแล้ว’

   ‘อืม งั้นฉันเดินไปส่งนะ เผื่อพวกนั้นมาอีกฉันจะได้ซัดให้หมอบเลย’เด็กหญิงยกกำปั้นขึ้นมาชกอากาศก่อนจะยิ้มให้เด็กชายแล้วเดินจับมือกันกลับบ้าน ระหว่างทางก็เดินคุยกันไปอย่างสนุกสนาน

   ‘ถึงบ้านฉันแล้วล่ะ ขอบใจนะที่เดินมาส่ง’

   ‘ไม่เป็นไรหรอก..อ๊ะ! นี่มันบ้านลุงรัชพลหนิ’เด็กหญิงอุทานเบาๆ เมื่อเห็นว่าบ้านของเด็กชายคือบ้านของคุณลุงเพื่อนของพ่อตนเอง แล้วคิดว่าเด็กชายคงเป็นลูกหรือไม่ก็ญาติของคุณลุง

   ‘มีอะไรเหรอ?’

   ‘เอ่อ..ไม่มีอะไรหรอก’

   ‘แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่สนามเด็กเล่นนะ’

   ‘อือ’

   ‘งั้นฉันเข้าบ้านก่อน แล้วอย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ด้วยล่ะ’

   ‘ไม่ลืมหรอก ฉันสัญญาแล้วนี่นา^^’

   ขณะที่เด็กชายกำลังจะเดินเข้าบ้าน ก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่รู้จักชื่อของเด็กหญิงเลย จึงหันหลังเพื่อจะเดินกลับไปหาเด็กหญิงแต่เด็กหญิงก็เดินไปไกลแล้ว

   'อ๊ะ!! นั่นมันสร้อยของเธอหนิ'เด็กชายร้องอุทานเมื่อก้มลงมองที่พื้นแล้วพบสร้อยสีเงินมีตัวอักษรเคและทีห้อยไว้อย่างสวยงาม และนึกไดเทนทีว่าสร้อยเส้นนี้เป็นของเด็กหญิงที่มาส่งตนเมื่อสักครู่

   ‘เอาไว้ถามแล้วก็คืนสร้อยให้รุ่งนี้ก็ได้ เดี๋ยวก็เจอกันอยู่แล้ว^^’

   แต่แล้ววันรุ่งขึ้นเด็กหญิงก็หายไปพร้อมกับคำสัญญาที่ให้ไว้ เพราะทางครอบครัวของเด็กหญิงต้องย้ายบ้านไปตามคุณพ่อ ที่ได้ย้ายราชการไปประจำอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง

   9 ปีให้หลังเด็กหญิงก็กลับมาแต่กลับไม่เคยได้เห็นเด็กชายอีกเลย เพราะว่าเด็กชายได้ย้ายบ้านไปอยู่บ้านหลังใหม่เสียแล้ว

 

   ก๊อกๆๆ

   “ตื่นได้แล้วคาตะ วันนี้ต้องไปช่วยงานคุณพ่อนะลูก”

   เสียงตะโกนเรียกพร้อมกับเสียงเคาะประตูปลุกหญิงสาวที่กำลังนอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่บนเตียงในห้องนอนโดยผู้เป็นแม่ และเพราะเสียงนี้ทำให้หญิงสาวกระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตูให้ผู้เป็นแม่เพื่อจะได้คุยกันได้สะดวก

   “งืม~ มีอะไรเหรอคะแม่ ปลูกหนูแต่เช้าเชียว”ฉันพูดเสียงงัวเงียกับแม่ เพราะปกติแล้วคุณแม่ไม่เคยปลุกฉันด้วยตัวเองแล้วก็เช้าขนาดนี้

   “ยังมาถามว่ามีอะไร วันนี้ลูกต้องไปช่วยงานคุณพ่อไม่ใช่เหรอลูก”

   “เอ๋? อะ..อ้องานที่จะให้หนูไปเป็นตัวล่อจับพวกแม่เล้าค้าประเวณีนั่นเหรอคะ”

   “ถ้ารู้แล้วลูกก็รีบๆซะ จะได้ไปช่วยงานคุณพ่อ”

   ฉันขานรับแม่ไป ก่อนจะปิดประตูเดินมานั่งที่เตียง พลางคิดเรื่องความฝันเดิมๆที่เป็นแบบนี้ติดต่อกันมาได้หลายคืนแล้ว

   “เอ๊ะ! หรือว่าความฝันนี้จะเป็นลางบอกเหตุว่าฉันกำลังจะได้เจอนายกันนะ”ฉันพึมพำกับตนเองก่อนจะปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน

   “ลูกแค่ทำทีว่าจะมา...”คุณพ่อบอกกับฉันที่ตอนนี้ถูกแปลงโฉมเป็นสาวน้อยน่ารักอ่อนต่อโลกโดยความร่วมมือของยัยฮันนี่เพื่อนซี้ของฉัน  ตามแผนที่วางไว้เพื่อจับตัวพวกแม่เล้าค้าประเวณี ที่มีพลเมืองดีโทรมาแจ้งความกับทางกรมตำรวจ  ส่วนฉันก็ได้แต่พยักหน้าเออ ออ ตามไป

   "สู้ๆนะลูก พ่อคอยเชียร์อยู่”

   "ค่ะๆๆ”ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะเดินไปยังสถานที่เป้าหมายที่อยู่ห่างจากที่ฉันยืนอยู่ไม่กี่ร้อยเมตร   

   “เอาล่ะยัยคาตะ Fighting!!"

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

There is no other simple way to receive A+ than to create the essay and that is, as well, good to order the america essays paper in the custom essay papers writing service.

#2 By term papers (210.1.31.28) on 2011-09-27 18:53

I do know that you did challenging work, finishing your nice data referring to this good post. Therefore, this kind of task scholars do accomplishing their dissertation and just thesis titles searching.

#3 By dissertation writing (210.1.31.28) on 2011-09-28 23:23

That’s great that you make a king of smashing outcome related to this topic. Hence I opine that it should be good if people get the phd thesis and just thesis from you.

#4 By thesis writing (210.1.31.28) on 2011-09-29 10:58

A lot of university students don't realize all difficulties of essay composing. Thus, they don't see that to ask: " write my paper " can help them.

#5 By buy essay online (210.1.31.28) on 2011-09-30 00:27