บทที่4 Winter love เทหมดใจ หลงรักนายสายลมเย็นชา โดย smile*
posted on 19 Mar 2011 21:46 by tj-thegenesisedit @ 26 Apr 2011 09:24:21 by TJ..The Genesis
edit @ 26 Apr 2011 09:24:21 by TJ..The Genesis
ถูกจับตัว?
ฉันเดินบ่นกับตัวเองระหว่างทางเดินกลับบ้านในซอยเปลี่ยวคนเดียว เพราะพวกตำรวจทั้งกรมของคุณพ่อได้ชวนกันไปสังสรรค์ฉลองที่ทำงานประสบผลสำเร็จต่อ แต่แล้วจู่ๆก็มีมือขนาดใหญ่มาปิดปากฉันแล้วลากเข้าไปในบ้านร้างแถวๆนั้น พอลากมาถึงหน้าบ้านก็จัดการดันฉันติดกับผนังแล้วนำเชือกมามัดข้อมือฉันไขว้หลังไว้ ฉันไม่ขัดขืนเพราะว่าฉันเบื่อเต็มทนกับการต้องแต่งตัวบ้าๆนี่
“เอ้า..! อยากได้เพื่อนไม่ใช่เหรอ หามาให้แล้ว ตุบ..!!”
ฉันโดนโยนเข้าไปในมุมอับมุมหนึ่งภายในบ้านร้าง จากการกระแทกที่รุนแรงเล็กน้อยทำให้รู้สึกเจ็บที่สะโพก ฉันจึงหันไปถลึงตาใส่มันแต่ว่ามันกลับเดินไปสบทบกับพวกที่เหลือประมาณ 2 คนเรียบร้อยแล้ว
“ฉันไม่ได้บอกให้หาเพื่อนมาให้จริงๆสักหน่อย ก็แค่พูดเล่นๆแค่นั้นเองนะ แล้วพวกนายไปจับคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาทำไม ขอโทษนะ”
เสียงแผ่วเบากล่าวออกมา แต่บุคคลข้างๆนั้นกลับไม่ได้ยินเพราะมัวแต่สบถกับตัวเองเพราะแค้นเคืองกับการกระทำนั้น
“กล้ามากนะที่ทำกับยัยคาตะขนาดนี้ คอยดูเถอะฉันจะจัดการกับพวกนายให้ราบเลยคอยดู..”
ฉันสบถกับตัวเองเบาๆก่อนจะหันไปมองหน้าพวกมันชัดๆอีกที เพราะแสงไฟสลัวภายในห้องนั้นทำให้ฉันมองหน้าผู้ชายคนที่จับฉันแล้วโยนเข้าไปในมุมอับไม่ชัดเจน รู้แต่ว่าเป็นผู้ชายร่างกายกำยำมีพวกของมันด้วยประมาณ 3 คน
มุมอับที่ฉันโดนโยนเข้ามามีผู้หญิงที่น่าจะมีอายุใกล้เคียงกับฉันท่าทางคุณหนูคนหนึ่งถูกมัดไว้แบบเดียวกับฉัน แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้ฉันกำลังเอื้อมมือไปหยิบเศษกระจกที่อยู่บริเวณนั้นมาตัดเชือกที่พันธนาการข้อมือของตัวเองไว้
ฉันพยายามอยู่หลายครั้งจนสำเร็จ แต่ฉันก็คงเอามือไขว้หลังไว้เหมือนเดิมเพื่อรอเวลาสนุกๆ(?)ที่กำลังจะเริ่มขึ้น ฉันเริ่มให้ความสนใจกับผู้หญิงที่ถูกจับมาเลยกระซิบถามยัยนั่นว่าทำไมถึงโดนจับมาในที่แบบนี้
“นี่เธอ ทำไมโดนจับมาในที่แบบนี้ล่ะ-O-”
ยัยนั่นหันหน้ามาหาฉันแล้วทำหน้างงนิดหน่อย คงเพราะอยู่ๆผู้หญิงที่ตัวเองไม่รู้จักมาถามแบบนี้ด้วย แต่ก็ตอบคำถามฉันแต่โดยดี
“พวกมันจับฉันมาเรียกค่าไถ่ แล้วอีกอย่างฉันไม่ใช่ผู้หญิง กรุณาใช้สรรพนามให้ถูกด้วย..!!”
ยัยนั่นตอบกลับมา แต่เอ๊ะ? ไม่ใช่ผู้หญิงเหรองั้นก็หมายความว่าเป็นผู้ชายน่ะสิ เอาแล้วไงหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ ดันปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเร่อขนาดนั้น
“อ้าว เป็นผู้ชายเหรอ ขอโทษที แหะๆ~ ^^;;”
ฉันบอกขอโทษนายนั่นแหยๆ ก่อนจะมองสำรวจหน้าตาโดยใช้แสงเพียงน้อยนิดที่มีอยู่มองหน้าหมอนั่นว่าเป็นผู้ชายจริงเหรอ ปากสีกลีบกุหลาบอวบอิ่มน่าจูจุ๊บ ดวงตากลมโตเหมือนผู้หญิง จมูกโด่งป็นสัน ใบหน้าเรียวได้รูป ผมซอยสไลด์ระดับไหล่สีน้ำตาลเข้ม เสียงที่ฟังดูแล้วก็หวานน่าดู เนี่ยน่ะเหรอผู้ชายไม่น่าเชื่อ OoO แต่ทำไมใบหน้านี่ดูคุ้นๆแฮะ
“นี่! จะจ้องหน้าฉันอีกนานมั๊ยห๊ะ หน้าฉันมันมีอะไรผิดปกติงั้นเรอะ”
“ชิ มองนิดเดียวเองนะ ฉันแค่สงสัยว่านายเป็นผู้ชายจริงเหรอ หน้าหวานกว่าผู้หญิงอย่างฉันอีก เออ…ว่าแต่เรื่องที่นายถูกจับตัวไปมีใครรู้เรื่องมั๊ย”
“คุณพ่อของฉันรู้เรื่องแล้วล่ะ ป่านนี้คงให้ตำรวจล้อมไว้แล้ว แต่พวกนี้โง่อ่ะ ไม่รู้อะไรเลย- -”
“นี่! คุยกันมาหลายประโยคแล้ว นายชื่ออะไรอ่ะ”ได้โอกาสฉันจึงถามชื่อนายนั่นทันที
“ฉันชื่อเคเกอร์ ว่าแต่เธอชื่ออะไรล่ะ”
“ฉันชื่อคะ..”
ขณะที่ฉันกำลังจะบอกชื่อตัวเองกับเค้ก เอ่อ..ขอเรียกแบบนี้แล้วกันง่ายดี หนึ่งในพวกผู้ชายที่จับฉันกับเค้กมาก็ค่อยๆเดินมาที่พวกเรา ก่อนจะตะคอกใส่พวกเราว่า
“ซุบซิบอะไรกันห๊ะ คงไม่ได้วางแผนหนีออกไปหรอกนะ เพราะไม่งั้นฉันฆ่าหมดนี่แน่ ว่าแต่เมื่อไหร่พ่อของแกจะเอาเงินมาไถ่ตัววะ!!”
ไม่พูดเปล่าพร้อมกับเอามือสกปรกมาจับใบหน้าฉัน(แล้วทำไมต้องเป็นฉัน) ถึงตอนนี้มือฉันจะไม่มีพันธนาการใดๆที่ข้อมือ แต่ก็ต้องยอมๆพวกมันไปก่อนเดี๋ยวมันจะไม่สนุก
“ปล่อยมือออกจากเธอ เดี๋ยวนี้นะ..!!”
“ไม่เป็นไรหรอกเคเกอร์ ถึงเวลาสนุกแล้วล่ะ หึๆๆ”
นายเค้กออกโรงปกป้องพร้อมกับพยายามแกะมือสกปรกนั่นออกจากใบหน้าฉัน แต่ฉันกลับยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะเบา ใกล้แล้วสินะเวลาสนุกๆของฉัน
บทที่ 3
Memberst
ฉันผละออกจากใบหน้าคมที่ใกล้กับหน้าฉันจนเกินไป แล้วกะพริบตาเล็กน้อยเพื่อปรับสายตาให้มองเห็นเจ้าของร่างหนาที่ฉันทับอยู่ เอ๊ะ ผมซอยทรงประหลาดๆที่ตัดกับผิวขาวๆและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่รับกับริมฝีปากสีชมพูอ่อนได้รูปสวย….
“ยะ…ยัยไอติม” ชายหนุ่มค่อยๆเอ่ยชื่อฉันด้วยเสียงนุ่มทุ้มชวนฟัง เอ๊ะ ชื่อฉัน ชื่อของฉัน แล้วเค้ารู้จักชื่อฉันได้ไงหว่า?
เมื่อเห็นว่าฉันทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก นายผมประหลาด(?)เลยเอ่ยขึ้นว่า
“เหอๆ -.,- เธอจำพี่ไม่ได้เหรอ ยัยเพิ้ง?” เห บังอาจเรียกฉันแบบนี้เลยเหรอ เอ แล้วคนที่เรียกฉันว่า ยัยเพิ้งก็มีแค่ไอ้พี่บ้านั่น=_= หรือว่า….
“พี่เมม…พี่เมมป่ะเนี่ย” ฉันพูดพลางทำหน้าดีใจปนตกใจ 555+ พี่แกเรียนที่นี่ด้วยยยยย ><
“เออ…หยุดทำหน้าเหลอหลาได้แล้ว มันน่ารังเกียจ =_=”
“ง่ะ T^T ไหงงั้นล่ะพี่…”ฉันพูดพลางทำหน้างอ พลางยันตัวลุกขึ้น แล้วยื่นมือไปฉุดพี่เมมขึ้นมาด้วยเอาน่ะ พี่แกก็เป็นงี้แหละ ปากร้ายใจดี -.,-
“เฮ้ย…ไอ้เมมเอ๊ย..หายไปไหนว่ะ…ไอ้เมม” เสียงผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งฉันคาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของพี่เมมเรียก
“เออเว้ย…ไปแล้วววว…ไอติม ยังไงพี่ไปก่อนละกัน เดี๋ยวเจอกันที่ฮอลล์” พี่แกพูดพลางขยิบตาให้แล้งวิ่งออกไปตามหาเพื่อน อืม… เจอกันที่ฮอลล์ ถ้างั้น!!พี่แกก็เป็นรุ่นพี่ที่จะมาช่วยน่ะสิ!!!
“พี่เมม พี่มาช่วยฉันคุมน้องเหรอ” ฉันตะโกนสุดเสียง
“เออ..แล้วเจอกัน” พี่แกขยิบตาอีกครั้งพร้อมส่งรอยยิ้มหวานไปให้สาวๆที่อยู่รอบๆก่อนจะวิ่งออกไป
สองนาทีต่อมา…
“ชิ…ไอ้ขี้เก๊กเอ้ย” น้ำหอมบ่นพึมพำ ดวงตาสีนิลฉายแววหงุดหงิด พลางสะบัดผมยาวสวยสีทองของเธออย่างหัวเสีย ริมฝีปากสีแดงสดเม้มหากันเป็นเส้นตรง
“เอาน่า…แกอย่าอารมณ์เสียเลย” ฉันพูดพลางตบไหล่เพื่อนสาวเบาๆ ใช่แล้วค่ะ ฉันเพิ่งรู่ว่ายัยน้ำหอมเกลียดพี่เมมแก สงสัยคงจะโดนแกล้งมาล่ะมั้ง?
“เออ อย่าคิดมากดิ เดี๋ยวต้องเจอกันอีกนานเลยนะโว้ย” เจล สาวห้าวประจำกลุ่มพูดขึ้น พลางปัดปอยผมสั้นๆของเธอให้พ้นใบหน้า เธอทำเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจแล้วบ่นพึมพำว่า”ฉันควรจะไปตัดผมใหม่”
“ป่ะแก เดี๋ยวน้องเค้ามาแล้ว ต้องไปสแตนด์บายไว้ก่อน” เป้ยพูดขึ้น ดวงตาสีดำสนิทฉายแววเร่งรีบ แก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เป้ยใช้ผ้าเช็ดหน้าสีหวานซับเหงื่อที่ไหลอย่างไม่ขาดสาย ฉันเลยเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันว่า
“รู้น่ะว่าร้อน…ป่ะ ไปฮอลล์กัน” ฉันพูดพลางจับมือน้ำหอมเดินเข้าฮอลล์ แต่แล้วยัยเป้ยก็ชะงักอยู่กับที่ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสัยปนคาดคั้นว่า
“แล้วแกรู้จักกับหมอนั่นได้ยังไง” ฉันหัวเราะร่าเมื่อนึกถึงอดีต พลางหันไปตอบว่า
“เอาไว้ว่างๆ ฉันจะเล่าให้ฟัง”
ฮอลล์ 7:30 น.
“เอาล่ะค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ ชาวค่ายของเรา วันนี้จะป็นวันแรกและวันสุดท้ายที่เราจะได้ร่วมทำงานด้วยกันในค่ายแห่งนี้นะคะ” วิว เพื่อนสาวนักกิจกรรมพูดขึ้น
“…”
“พวกเราหวังว่าจะได้ร่วมงานกับพี่ๆอีก ในโอกาสต่อๆไป เอาล่ะค่ะ พี่ๆ ม.6 ที่มาให้ความช่วยเหลือเราในครั้งนี้มีอยู่ 50 ท่านนะคะ ได้แก่ พี่ส้ม พี่หวาน พี่ที พี่…..” ฉันส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับพี่ๆทุกคน และเดินไปจับมือกับพี่ๆเค้า
“และพี่ๆผู้ชาย 5 คนสุดท้ายนะคะ ได้แก่ พี่แอล พี่กิน พี่ไมล์ พี่เมมเบิร์ส แล้วก็พี่…..” ฉันเดินจับมือไปเรื่อยพลางส่งยิ้มให้กับพี่ๆทุกคนและกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ อ้ายยย>< หล่อทุกคนเลยอ่ะ (โดยเฉพาะสามคนแรก=_=) แต่พอเดินมาถึงพี่เมม=_= ฉันหยุดมองมือของแกอย่างชั่งใจ พลางเงยหน้าขึ้นไปสบตาเจ้าเล่ห์เหลือร้ายอย่างหวั่นๆ แต่แล้วฉันก็ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจแล้วเอื้อมมือไปจับกับมือของพี่แก แล้วบีบจนสุดแรง 555+ ฉันแอบได้ยินเสียง’อั่ก’ เล็ดลอดออกมาทางไรฟันด้วย ^^ สะใจโว้ยยย
ฉันยิ้มอย่างผู้ชนะแล้วกระชากมือออกอย่างเนียนๆ ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าทางดวงตาระหว่างฉันกับพี่เมม เชิดใบหน้าขึ้น ก่อนสะบัดปลายผมใส่ใบหน้าใสที่ตอนนี้เหวอจนหมดหล่อชั่วขณะ 555+ และก้าวเดินไปเพื่อจับมือกับพี่คนสุดท้าย ฉันก้มหน้าลงเพื่อกลั้นหัวเราะ ก่อนยื่นมือออกไป
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ..ฮ่าๆ…ฉันชื่อไอติมค่ะ..อึ่ก 555+” ฉันพยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แต่สุดท้ายมันก็หลุดขำออกมาอยู่ดี ^^
“หือ?...ไอติมเหรอ? อ้อ หึๆ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ฉันทำหน้าสงสัยวาทำไมเสียงนุ่มทุ้มของรุ่นพี่ถึงคุ้นๆ จึงเงยหน้าขึ้นจ้องมอง….ดวงตาสีแดงเพลิง ตัดกับผิวขาวละเอียดและผมสีดำสนิท จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบสีแดงสด ฉันเลื่อนสายตาลงไปที่สร้อยเงินที่ห้อยจี้ที่มีกลีบดอกไอริสอยู่ข้างใน…และเงยหน้าขึ้นมาสบดวงตาสีแดงเพลิงอีกครั้ง… เพราะอะไรดวงตานี้จึงทำให้หัวใจฉันเต้นจนแทบจะระเบิด
“…”